กลับไปหน้าสรุป LLY

LLY Eli Lilly and Company บทวิเคราะห์ฉบับเต็ม DEEP+O

Eli Lilly and Company · NYSE
$1,180.16−3.3% วันนี้รายงาน as-of 2026-07-10 · ราคาอ้างอิง $1,216.95
ถือ ห้ามเพิ่ม
Quality 91/100Valuation ราคาสูงเกินไปConfidence 4/5Uncertainty HIGH
ราคาย้อนหลัง 6 เดือน · +13.9%
ก.พ. 69$1,180.16 · วันนี้
The One Question — คำถามข้อเดียวที่ตัดสินหุ้นตัวนี้

ธุรกิจ incretin (tirzepatide + orforglipron) จะรักษา volume × net price × ความทนทาน ได้ในระดับที่ทำให้รายได้โต ~20%+/ปี ไป 5 ปีหรือไม่ — เพราะราคาหุ้นวันนี้ฝัง 23.1% CAGR (รายได้ $204B ในปีที่ 5) ไว้แล้ว

Thesis in One Sentence

Lilly คือบริษัทยาที่ดีที่สุดในโลกในรอบทศวรรษ แต่ราคาวันนี้เรียกร้องให้บริษัทโตปีละ 23% ไปห้าปี — สิ่งที่บริษัทรายได้ $72B แทบไม่เคยทำได้ในประวัติศาสตร์

Valuation — 3 ฉากทัศน์ (Damodaran style)
Bear $298.49 · 25%Base $765.45 · 50%Bull $1,221.78 · 25%
E[V] $762.79ราคาตอนนี้ $1,180.16Trigger $610

E[V]/P = 0.65 · Upside −35.4% · ต้องลงอีก −48.3% ถึงจะแตะ Trigger

Decision Matrix — ตัวตัดสินเดียวของรายงาน
Quality \ ValuationUndervalued (≥1.25)FairOvervalued (≤0.80)
สูง (≥70) LLY 91ซื้อเพิ่มถือ / รอจังหวะห้ามเพิ่ม
กลาง (45–69)เช็ค value trapถือลด
ต่ำ (<45)สงสัย value trapขายขาย
Sensitivity — มูลค่าตามสองแกนของ One Question
Stable operating margin
0.50×0.75×1.0× (Base)1.25×1.5×
50%64877692510981300
46%59270984510041188
42%5366427659091076
38%480575686815965
34%424508606720853
30%368441526626741
Growth scalar y1–5 (Base = 13.7% CAGR)

สูงกว่าราคาปัจจุบัน $1,180.16 ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน

เกือบทั้งตารางอยู่ต่ำกว่าราคา ณ วันจัดทำ ($1,216.95) — ต้องไปมุมขวาบนสุด (margin 50% + growth 1.5×) ถึงจะเกินราคา · กรอบเข้ม = Base

Variant Perception — จุดที่เราคิดต่างจากตลาด

ตลาดเชื่ออะไร

ราคา $1,216.95 ฝัง revenue CAGR 23.1% ห้าปี → $204B ในปีที่ 5 (หรือถ้าโตตาม Base ต้องมี stable operating margin 60%) — หนุนด้วย Q1'26 +56%, guide ถูกยกเป็น $82–85B, CagriSema ของ Novo แพ้ head-to-head และ orforglipron ยากินตัวแรกได้อนุมัติ

เราเชื่อต่างตรงไหน

รายได้โต 13.7% CAGR (→ $137B ปีที่ 5) + stable margin 42% — base rate ของบริษัทรายได้ >$70B ที่โต ≥20%/ปี ห้าปีติดแทบไม่มีในประวัติศาสตร์ และบริษัทเองยอมรับว่า realized price กำลังลดลง

Thesis Killers — เกิดแล้ว exit ทันที
  • 01Revenue growth <15% YoY สองไตรมาสติด
  • 02Operating margin <38% สองไตรมาสติด (price erosion กัดจริง)
  • 03tirzepatide ติดรายชื่อ Medicare negotiation หรือดีลราคาใหม่ที่ลด net price >15%
  • 04Guidance 2027 โตต่ำกว่า 15%
  • 05Class-wide safety signal ของ GLP-1/GIP (label change ที่จำกัดการใช้)
Catalysts Map (12–24 เดือน)
~ต้น ส.ค. 2026งบ Q2'26 = Resolver R1+R2 (growth, net price, การปรับ guide)
ปลาย 2026FDA ตัดสิน CagriSema ของ Novo — competitive intensity
ต.ค.–พ.ย. 2026งบ Q3'26 + trajectory ของ orforglipron (mix, margin)
~ก.พ. 2027Guidance 2027 (R3) + รายชื่อ Medicare negotiation (R4) — จุดตัดสิน Base vs Bull
Return Math — ผลตอบแทนคาดหวัง (3 ปี)
−14.4%/ปี
Floor (static)
−7.7%/ปี
On-track (Base เดินตามแผน)

แม้แต่ขอบ on-track (มูลค่าเติบโตตาม cost of equity ระหว่างรอ) ผลตอบแทน 3 ปีก็ยังติดลบ และห่างจาก hurdle 8.37% มาก — ราคานี้ไม่ได้จ่ายค่าความเสี่ยง มันเรียกเก็บค่าความเชื่อ

One-Pager — สรุปเป็นเรื่องเดียว

Eli Lilly คือบริษัทยาที่ทำผลงานดีที่สุดในโลกตอนนี้ ไม่ใช่คำชม แต่เป็นสิ่งที่ตัวเลขบอก: ปีที่แล้วรายได้โต 45 เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสล่าสุดโต 56 เปอร์เซ็นต์ ยาลดน้ำหนักและเบาหวานสองตัวของบริษัท ซึ่งจริง ๆ คือสารตัวเดียวกันแต่คนละฉลาก ทำรายได้รวมกันเกือบสองในสามของทั้งบริษัท คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดอย่าง Novo Nordisk เพิ่งแพ้การทดลองเปรียบเทียบตรง ๆ และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Lilly ก็เพิ่งได้อนุมัติยาลดน้ำหนักแบบเม็ดตัวแรกของโลก ผลตอบแทนต่อเงินลงทุนของบริษัทอยู่ที่เกือบ 37 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ต้นทุนเงินทุนอยู่แค่ 8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นช่องว่างที่กว้างที่สุดที่กรอบวิเคราะห์นี้เคยเจอ เราให้คะแนนคุณภาพธุรกิจ 91 เต็ม 100 สูงที่สุดเท่าที่เคยให้มา แล้วปัญหาอยู่ตรงไหน อยู่ที่ราคา เมื่อเราถอดรหัสราคาหุ้นที่ 1,217 ดอลลาร์ออกมาเป็นสมมติฐาน มันบอกว่านักลงทุนกำลังคาดหวังให้บริษัทที่มีรายได้ 72,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เติบโตปีละ 23 เปอร์เซ็นต์ต่อเนื่องห้าปี จนรายได้แตะ 204,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ารายได้ของ Pfizer กับ Merck รวมกันในวันนี้ หรือไม่ก็ต้องมีอัตรากำไรขั้นปฏิบัติการ 60 เปอร์เซ็นต์ ระดับที่ไม่เคยมีบริษัทยาขนาดนี้ทำได้ ในขณะที่บริษัทเองยอมรับในไตรมาสล่าสุดว่ายอดขายโตด้วยปริมาณ แต่ราคาที่ขายได้จริงกำลังลดลงจากแรงกดดันของรัฐบาลและการแข่งขัน เมื่อเราสร้างแบบจำลองกระแสเงินสดสามฉากทัศน์ ได้มูลค่าที่ 298 ดอลลาร์ในกรณีเลวร้าย 765 ดอลลาร์ในกรณีฐาน และ 1,222 ดอลลาร์ในกรณีที่ทุกอย่างเข้าทาง สังเกตว่ากรณีดีที่สุดเท่ากับราคาตลาดพอดี แปลว่าราคาวันนี้ไม่เหลือส่วนเผื่อความปลอดภัยแม้แต่บาทเดียว ข้อสรุปจึงไม่ใช่ว่าบริษัทนี้ไม่ดี แต่คือหุ้นที่ดีที่สุดในโลกก็ยังขาดทุนได้ถ้าจ่ายแพงเกินไป คำตัดสินคือถือได้ถ้ามีอยู่แล้ว ห้ามซื้อเพิ่ม และเก็บไว้ใน watchlist โดยจุดที่กรอบนี้จะเปลี่ยนเป็นสัญญาณซื้อคือราว 610 ดอลลาร์ หรือเมื่อบริษัทพิสูจน์ว่ารายได้จะโตเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ต่อไปได้จริงพร้อมกับราคาขายที่ไม่ถูกกดลง ตัววัดตัวแรกจะออกในงบไตรมาสหน้าต้นเดือนสิงหาคมนี้

เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน — บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นส่วนตัวจากกรอบ DEEP+O ณ วันที่ 2026-07-10 ราคาและปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตัวเลขวิเคราะห์ทั้งหมด freeze ณ วันจัดทำ (ยกเว้นราคาที่อัปเดตสด) การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง Cerfinits เป็นผู้จัดทำคอนเทนต์เพื่อการศึกษา ไม่ใช่ที่ปรึกษาการลงทุนที่ได้รับอนุญาต และไม่รับประกันผลตอบแทนใด ๆ